6 ปีที่แสนยาวนาน ในที่สุด อีเบ๊ก็ได้มาครอบครองแล้วค่ะ นั่นก็คือ สิ่งนี้

แทน~~~~แท๊นนนนนนน

 

 

 

Photobucket

 

แบบว่าจบช้าอ่ะ จบแล้วเลยบ้าเห่อ (ขอเซนเซอร์หน้า แบบว่าถ่ายรูปติดบัตรทีไร สวยสยองทุกที)

 

Photobucket

นี่คือทรานสคริปต์ตัวจริงค่ะ เห็นเกรดแล้วงงอ่ะดิ มีแต่ P เค้าก็ G อยู่นะ แต่แค่ 3 ตัว วะฮ่าฮ่า ดังนั้นเกรดเลยน่ารักจุ๋มจิ๋ม

ทรานสคริปต์รุ่นใหม่นี่ดีหน่อย เค้าลดขนาดให้เหลือแค่ A4 ของพี่สาวเบ๊นี่ใบใหญ่กว่านี้ค่ะ สแกนไม่พอ

 

สำหรับคนสงสัยเรื่องการคิดเกรดของราม ด้านหลังทรานสคริปต์มีบอกค่ะ

 

 

Photobucket

แบบว่าขี้โกงอ่ะ ม.อื่น เกรดลดทีละ 0.5 ที่รามลดทีละครึ่ง ได้เกรด P มาก็ไม่รู้ล่ะว่า ได้ 74 /100 รึเปล่า แต่ปัดเกรดเหลือ 2.25 โหดร้ายมาก ซึ่งความจริงเกรด P ทั้งหลายของเบ๊เนี่ย อาจจะได้คะแนน 70+ ก็ได้ (ซึ่งคิดว่า คงไม่มีทาง 555+ ผ่าน 60 คะแนนมาได้ก็บุญ มีบางวิชาปัดผ่านที่ 66-70 คะแนนด้วยนะคะ โหดร้ายยยยย)

ได้มาแค่นี้ก็เป็นหลักฐานแล้วว่า จบจริง ๆแล้วน้า~~~ ไม่ต้องมาพะว้าพะวงไม่มั่นใจเวลาตอบคำถามว่าจบหรือไม่จบเสียที ถึงจะเรียนตั้ง 6 ปีเต็ม แต่ยังไงก็จบล่ะเออ ฮึฮึ (คิดเข้าข้างตัวเองในทางที่ดีไว้ก่อน)

ขอบคุณพ่อขุนที่ปลดปล่อยอีเบ๊เป็นอิสระเสียที อุตส่าห์ไปบนขอจบตั้งกะปี 5 พ่อขุนก็ไม่ให้ มาให้เอาปีที่หกเนี่ย เลยถวายมาลัยดอกไม้ตามที่ไหว้ไปเมื่อก่อนสอบครั้งสุดท้าย ไม่ติดค้างกันแล้วน้าพ่อขุน

 

ป.ล. ใครอย่าเอาภาพเอกสารนี้ไปปลอมแปลงนะคะ ผิดกฎหมายนะคะ

ป.ล.2 ไปรษณีย์เพิ่งมาส่งเมื่อวาน 555 ม้วนซะงอ

วันนี้วันแม่ แต่อีเบ๊บอกแม่ว่าเดือนหน้าว่าจะออกจากงาน แม่เราสุดแสนจะแฮปปี้ เอ้ย ไม่ใช่ ก็ถามเหตุผล พอได้ฟังก็เข้าใจ อย่างน้อย ๆเดือนหน้า อีเบ๊ก็ว่างงานมีเวลาว่างพาแม่ไปตรวจสุขภาพประจำปีแหละน้า

 

เบ๊ไม่ได้อัพบล็อกเป็นเดือนเลย จากเอนทรี่ก่อนที่ว่าเป็นเบ๊สำนักพิมพ์แล้วมีเรื่องเล่ายาว ไป ๆมา ๆมันกลับไม่มีเรื่องเล่าค่ะ เพราะว่าออกจากงานภายใน 2 อาทิตย์ ไม่ใช่ว่าทนต่อไม่ได แค่ว่าได้งานใหม่ เป็นงานประจำ ที่บริษัทนำเข้าสินค้าแห่งหนึ่ง ตำแหน่งฟังดูดี ติดต่อกับต่างประเทศ แปลเอกสารไฮโซโก้หรู เงินเดือนจ้อยร่อยตามประสาคนจบใหม่

แรก ๆที่เข้าไป เบ๊ก็ว่าเบ๊คงจะทนได้ เพราะเบ๊ทนงานหนักมาหลายงานแล้ว แต่ว่าไป ๆมา ๆมันกลับทนไม่ได้ หัวหน้าใหญ่ก็ดีค่ะ เค้าไม่ได้ดุอะไรเรา แต่เพื่อนร่วมงานที่เป็นรุ่นพี่ที่สอนงานนี่สิ เค้าออกตัวว่าเค้าสอนงานไม่เป็นค่ะ แล้วอีเบ๊ก็ไม่เคยทำงานออฟฟิศ สนุกสิมึง อีเบ๊ต้องปรับอารมณ์เหมือนไปเรียนรามภาควิชาชีพเลยทีเดียวค่ะ แต่งานมันเยอะโอเว่อร์เกินหน้าที่มากมายค่ะ ไปเล่าให้ใครฟังนี่ เค้าว่าใช้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม โอทีก็ไม่มี มาสายหักนาทีละ 10 บาท ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ สามเดือนแรกลาป่วยก็หักตังค์ ประกันสังคมก็ไม่ได้ตั้งกะเดือนแรก ต้องจ่ายก่อนสามเดือนถึงจะได้ใช้ แถมเงินเดือนตัดวันที่ 15 ได้เงินเดือนแค่ครึ่งเดือนในเดือนแรก เหมือนทำงานให้ฟรีไป 15 วัน

แต่เบ๊คงทำไม่ถึง 3 เดือน เพราะแค่นี้เบ๊ก็เพิ่งระเบิดลงบริษัทไปวันก่อนเองค่ะ ก็อย่างว่าเวลาโกรธแล้วไม่ได้ทำลายของเนี่ย มันก็เลยร้องไห้ ทำให้เราดูเป็นคุณหนูอ่อนแอไปเลยทีเดียว แต่จริง ๆไม่ใช่อ่ะ คืออย่างทุบคอม เขวี้ยงเก้าอี้แล้ว แต่ว่าสัญญาเค้าห้ามทำของพังเดี๋ยวขึ้นศาลไม่มีตังค์จ่ายค่ะ  เบ๊ยังทำไม่ครบเดือนเล้ย วันนั้นทนไม่ไหวแล้ว เลยจะออกมันซะวันนั้นแหละ คุณรุ่นพี่เค้าก็รีบมาห้ามค่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก เค้ากลัวถูกพิจารณาจากบอสใหญ่

ตอนที่เบ๊ฟิวส์ขาดเนี่ย พี่ ๆแผนกอื่นเค้าเข้าใจหมดเลยนะ เพราะว่าตำแหน่งที่เบ๊ทำเปลี่ยนคนไม่รู้มาเท่าไรแล้ว ส่วนมากอยู่ไม่เกิน 2 เดือน(ความจริงอยู่เดือนเดียวเท่านั้นแหละ แต่อีกเดือนคือต้องอยู่ก่อนลาออก 1 เดือน) ยิ่งคนก่อนหน้าเบ๊มาทำสองวันแล้วไปเลย ให้คิดยังไงล่ะ

ถามว่าเค้าไม่ดียังไง เบ๊ไม่ชอบคนพูดชักสีหน้า พูดจาเหมือนดูถูก ทำเหมือนเราไร้ประโยชน์ งี่เง่า ซึ่งเค้ามาแก้ตัวว่า เค้าไม่ได้ตั้งใจทำ แต่เค้าเป็นคนแบบนั้นเอง เนี่ยเราไม่ชอบใจทำไมไม่พูดออกมา (อ้าวโทษกูอีก) มาบอกว่าเห็นเรายิ้ม ๆ นึกว่าเข้าใจกันแล้ว เบ๊เลยบอกไปว่า คนเค้าสอนมา ต่อให้โกรธไม่พอใจ อย่าได้ชักสีหน้า เค้าให้ยิ้มค่ะ  ตัวรุ่นพี่เค้าก็ทำเบะปากเสมือนว่าเราเนี่ยช่างเสแสร้ง แล้วบอกว่าไม่เห้นต้องยิ้ม ไม่พอใจก็ชักสีหน้าแม่มไปเลย (ใครเค้าจะเหมือนเธอล่ะ)

รุ่นพี่ของเบ๊คนนี้อายุ40+แล้วนะคะ เบ๊ไม่รู้หรอกค่ะว่าเค้าทำงานมาเท่าไร แต่เบ๊มองว่าเค้าเหมาะจะทำงานคนเดียวมากกว่า ซึ่งเบ๊ก็บอกเค้าไปตรงนี้เหมือนกัน ซึ่งเค้าก็เงียบไป มาบอกเราว่าจะปรับปรุงตัว อย่าออกเลยนะ

เบ๊เป็นคนใจดำค่ะ เบ๊ไม่แคร์ว่าเค้าจะถูกพิจารณาจากบอสอีกมั้ย แต่เบ๊จะออก เพราะว่ามันเป็นซะยังงี้แล้ว ถึงแม้เค้าจะบอกว่า เค้าสำนึก เค้าจะแก้ไข แล้วที่ผ่านมาเค้าไม่ได้แก้ไขตัวเองเหรอ ไม่รู้ผ่านมาตั้งกี่คนกับตำแหน่งนี้ เค้าก็เป็นแบบนี้กับทุกคน คนทั้งบริษัทก็ไม่ชอบเค้า ตัวเค้าก็รู้ แต่คนอื่นเค้าทนได้ เพราะไม่ได้มาอยู่ใกล้ชิดแบบเบ๊

เบ๊ถือคติ สันดานมันแก้ไขกันยาก ตัวเค้าอายุตั้งเท่าไรแล้ว ถึงแก้คงได้ไม่เท่าไร รอคนต่อไปมาลุยกับเค้าดีกว่า เราก็ออกไปหาที่ที่เหมาะกับตัวเองดีกว่า เบ๊คงไม่เหมาะกับธุรกิจแบบนี้เหมือนกัน ส่วนตัวเค้าจะเป็นไงก็แล้วแต่เวรกรรม

คนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกเราเค้าก็ว่าเราขี้แพ้ค่ะ เออ ขี้แพ้ก็ขี้แพ้สิ คุณก็ไปอยู่ในจุดที่เรายืนสิ แล้วจะรู้ว่าความสุขกับงานมันไม่มีเลย ถ้าเราเป็นคุณหนูที่ทนงานหนักไม่ได้ คงไม่ไปเป็นพนักงานพิเศษต๊อกต๋อยอยู่ได้เป็นปี ๆหรอก

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เบ๊ทำโปรแกรมหลัก ๆในสำนักงานเป็นแล้ว ถือว่าผลพลอยได้แล้วกัน 555+