แก้แค้นด้วยความสวย
posted on 24 Apr 2008 10:04 by ambrosia in DayByDay"ไก่งามเพราะคน คนงามเพราะแต่ง "
"สวยแต่รูป จูบไม่หอม"
ความงามความสวยก็แค่เปลือกนอก ทำไมจะต้องเปลือกนอกมาตัดสินคนก็ไม่รู้
เรื่องมีอยู่ว่า เบ๊เพิ่งกลับจากไปต่างจังหวัดมา (ซึ่งไปอยู่ที่นั่นตั้ง 2 สัปดาห์) แล้วพอดีออกไปซื้อของ ก็เลยเลยไปร้านหนังสือเช่าซึ่งตอนก่อนไป มีน้องที่รู้จักทำอยู่ ความจริงเบ๊ก็เคยทำที่ร้านนั้นนะคะ แต่ด้วยเหตุบางประการเลยออกมาเอง(แต่ออกมาด้วยไม่ดีเท่าไร แต่เบ๊คิดว่าออกมาอ่ะดีแล้วค่ะ) ไม่อยากเผาก็ต้องขอเผาร้านนี้ให้ไหม้ก่อนค่ะ ร้านนี้นะคะ เบ๊เป็นสมาชิกตั้งแต่เจ้าของคนแรก จนเค้าเซ้งกันมาเรื่อย ย้ายร้านมาเรื่อย จนร้านมาอยู่ห่างจากตึกที่เบ๊เช่าห้องอยู่ประมาณ 50 เมตรเท่านั้นเองค่ะ
เป็นร้านเล็กๆ เจ้าของคนล่าสุด(ซึ่งเคยเป็นเจ้านายเก่าเบ๊เองอ่ะค่ะ ) เจ้าของเค้ามี 2 คนค่ะ เรียกว่า เจ๊1กับเจ๊2 แล้วกัน เจ๊1ยากจะบรรยายค่ะ แต่เจ๊2ใจดี มีขนมมาฝาก บางทีให้ทำงานในวันหยุดก็ให้เงินพิเศษมากกว่าปกติด้วย ซึ่งเจ๊1ไม่มีทางให้ค่ะ มีแต่จะตัดเงิน ค่าจ้างที่นี่น้อยค่ะ 150 บาทต่อวัน แต่ตอนนั้นที่ทำเพราะมันว่างค่ะ ใกล้บ้านด้วย งานก็ไม่มีอะไรแค่นั่งเฝ้าร้านกับเขียนลิสต์เช่าของลูกค้า ง่ายๆ แถมได้อ่านการ์ตูนฟรีทั้งร้าน คิดว่าจะได้อ่านหนังสือไปสอบได้ง่ายๆ ด้วย(แต่พอทำจริงๆ ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือเรียนหรอกค่ะ เดี๋ยวลูกค้าเข้าร้านออกร้าน เดี๋ยวผ้าป่ามา เดี๋ยวการกุศลมา สาระพัดคนเข้าร้านค่ะ ไม่ได้อ่านอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน)
ร้านนี้แปลกค่ะ เปลี่ยนพนักงานบ่อยมาก พนักงานแต่ละคนอยู่ไม่เคยนาน ก่อนที่เบ๊จะไปทำที่ร้านนั้นก็เปลี่ยนพนักงานมาเยอะแล้ว พอไปทำถึงได้รู้ซึ้ง อยากหยุดก็ขอยากขอเย็น ให้อยู่ร้านตั้งกะ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม หนังสือขาดกว่าจะหามาเติมให้ ไอ้เราก็รับหน้าลูกค้าไป เจ๊1ไม่รู้ร้อนอะไร ซึ่งเบ๊ก็ไม่เข้าใจ ตัวเค้าไม่ได้เป็นคนอ่านการ์ตูน คิดไงเปิดร้านเช่าการ์ตูน นิยายก็มีบ้างค่ะ แต่สมัยเบ๊ทำ เค้าไม่ค่อยซื้อมาลง เบ๊ก็แนะไปว่าเนี่ยลูกค้าอยากอ่านเยอะนะคะ เค้าก็ไปซื้อนิยายแบบมันไม่ใช่แบบวัยรุ่นเค้าอ่านกันอ่ะค่ะ (ที่หน้าปกน่ารักๆ อ่ะค่ะ ตอนนั้นมีน้อยมาก ตอนนี้เห็นมีเพียบเลย สงสัยเพิ่งตาสว่าง) ตอนมีงานหนังสือเจ๊ก็ไม่ไป จะซื้อหนังสือมาลงก็อยากได้ส่วนลดเยอะๆ เล่มไหนขาดกว่าจะเอามาลง ลูกค้าก็ไปร้านอื่นแล้ว เบ๊ก็เซ็งค่ะ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องอะไรของเรา ชอบให้จัดหนังสือไล่ตามตัวอักษรมันก็ดีค่ะสำหรับหนังสือที่เป็นหลายเล่มจบ แต่ขนาดหนังสือการ์ตูนผู้หญิงเล่มเดียวจบ เจ๊ก็ยังจะให้เรียง เรียงไปเพื่ออะไร๊ ลูกค้าเค้าไม่แคร์หรอกค่ะ ว่าจะเรียงหรือเปล่า เพราะส่วนมากก็จำได้กันว่าอ่านเรื่องอะไร ชื่อไหนไปแล้ว คือมันมีอะไรเยอะแยะที่ซากอ้อย(ยืมคำคุณวิชัยมานะคะ)ลองให้เผากันที นี่ร้านไหม้ แต่พูดถึงเรื่องไหม้ๆ มีครั้งหนึ่งค่ะ ร้านอาหารข้างร้าน ไม่เชิงว่าข้างร้านหรอกค่ะ แต่มันอยู่ในแถบด้านเดียวกัน คือน้ำมันมันเกาะที่ดูดควันมากไป แล้วไฟมันเลยลุกลาม ไหม้หน้าร้าน แล้วก็ลามไหม้อย่างอื่นไปด้วย คนในบ้านก็กรี๊ดกร๊าดใหญ่ เพราะมีแม่อยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกมา คือมีหลายคนเตรียมถังน้ำไปช่วยแล้ว แต่กลัวถังแก๊สค่ะ เลยอยู่ห่างๆ กัน แต่ไม่นาน มีคนเอาที่ดับเพลิงมาดับ ก็รอดกันไป เพราะไหม้แค่หน้าร้าน ถือว่าโชคดีค่ะ แต่ร้านก็องปิดปรับปรุงนิดหน่อย เจ๊กลับมาที่ร้านตอนเย็น เลยเล่าให้เค้าฟัง
เบ๊ -- เจ๊คะ วันนี้มีไฟไหม้ร้านข้าวตรงนี้ด้วยอ่ะค่ะ น่ากลัวมากเลยเนี่ย
เจ๊1-- อะไร ไหม้แค่นิดเดียว ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร
เบ๊ -- 0.0
คือ เจ๊ค่ะ ไฟไหม้นะคะเจ๊ ลองมันลามมาถึงร้านเจ๊ก็ไม่เหลือหรอกค่ะ เชื้อไฟทั้งนั้น สงสัยต้องไหม้ร้านเจ๊ไปสักแถบเจ๊คงจะบอกว่าเรื่องใหญ่
ข้ามไปอีกไกล เมื่อเบ๊ชิ่งหนีออกมาจากร้านนั้นแล้ว ก็มีคนมาใหม่หลายคนค่ะ อยู่กันคนละ 3 เดือน 4 เดือน 2 เดือน มั่งแล้วก็จากไป จนมาได้น้องที่สมัยก่อนคอยช่วยงานเบ๊อยู่สมัยอยู่ร้านมาทำค่ะ น้องคนนี้เป็นเด็กผู้ชาย น่ารักค่ะ ซื่อๆ ออกชื่อเลยละกัน ชื่อน้องโจ้ เบ๊ก็ไม่รู้จับพลัดจับพลูยังไง โจ้กลับมาทำงานร้านนี้ โจ้เล่าว่าพนักงานคนก่อนโกงเงินร้านเพียบเลย โกงจนเหลือรายได้เข้าร้านแค่วันละ 200 กว่าบาท ซึ่งเบ๊งงเลยค่ะ แล้วทำไมยังจ้างคนนั้นได้อยู่เป็นเดือน สมัยก่อนตอนเบ๊ทำอยู่ที่ร้านเบ๊ให้โจ้เค้าเช่าฟรีเลยค่ะ เพราะโจ้โดนตัดค่าแรงที่มาช่วยงานวันเสาร์-อาทิตย์ คือก็พูดอะไรไม่ได้หรอกนะคะ เข้าใจว่าร้านไม่อยากจ้างพนักงาน 2 คน แต่ตัดเงินน้องเค้าซึ่งทำมาก่อนเบ๊ เบ๊ก็เซ็งแทนค่ะ เลยให้น้องเค้ายืมฟรีไปเลย คราวนี้พอน้องเค้ากลับมาทำ น้องเค้าเลยให้เบ๊ยืมฟรีเหมือนกันค่ะ อิอิ น้องเค้าว่าคงมาทำแค่ช่วงซัมเมอร์ เพราะเดี๋ยวต้องไปเรียน แต่มีเรื่องซากอ้อยเข้ามาให้น้องมันเซ็งอ่ะค่ะ คือ น้องเค้ามันก็ดีอ่ะค่ะ แต่เจ๊1เค้าเป็นอะไรไม่รู้ต้องหาเรื่องน้องเค้าอ่ะค่ะ
น้องเค้าแค่เอาเกมส์บอยมาเล่นที่ร้านเอง (ทั้งที่คนก่อนหน้า เอาโน๊ตบุ๊คมาใช้เลยนะคะ) ก็ไปด่าน้องเค้าค่ะ ว่าเอาเกมส์มาเล่นทำไม ใช้ให้มาทำงานนะ ไม่ได้มาเล่นเกมส์ บลาๆ อะไรมากมายค่ะ คือ ก็แค่นั้นเองอ่ะ ไม่มีลูกค้าก็นั่งเล่นเกมส์จะเป็นไรไป ไม่ได้เอาคอมมาต่อถึงร้านนี่คะ (เอามาต่อไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวเสร็จอีเจ๊มัน) แล้วก็จ้ำจี้จ้ำไชจนเด็กมันเซ็งอ่ะค่ะ เบ๊ฟังน้องเค้าเล่าก็บอกไปว่า ทนไม่ไหวก็ออกไปเลย ให้เค้าหาคนหัวปั่นเอาเองเถอะ เบเจอน้องเค้าสุดท้าย ก่อนกลับต่างจังหวัด พอกลับมาก็เปลี่ยนคนแล้ว เรื่องจริงๆ ของหัวข้อมัอยู่ตรงนี้นี่แหละค่ะ
เอ้า นอกเรื่องมานาน เพิ่งเข้าเรื่อง
เรื่องมีอยู่ว่า เบ๊เห็นว่า การ์ตูนเรื่อง "คุณชายพันธุ์โชะ" ออกเล่ม 29 แล้ว เบ๊กับพี่ชายติดเรื่องนี้งอมแงม แต่ยังไม่ซื้อเพราะจะรอมันจบ ก็เลยไปที่ร้านนี้แหละค่ะ (ทำไมยังเวียนวนอยู่ร้านนี้ทั้งไม่ดี เพราะเบ๊เป็นสมาชิกตลอดชีพน่ะสิคะ เรื่องอะไรจะยอมเสียสิทธิ์) ไปถึงก็เห็นพนักงานคนใหม่ ดูมีอายุมากกว่าเบ๊มากค่ะ (คือไม่รู้อายุเท่าไรหรอก แต่มั่นใจว่าต้องมากกว่าแน่ๆ) เบ๊ก็เห็นคนใหม่ ก็ยังไม่พูดอะไร เดินไปดูหนังสือ ก่อน เค้าก็เริ่มบทสนทนาเลยค่ะ
พนักงาน -- รหัสอะไร (เสียงห้วนๆ )
เบ๊ -- (เลือกหนังสืออยู่ไม่ได้ฟัง) คะ ?
พนักงาน -- รหัสสมาชิกน่ะ มีมั้ย (เสียงกร้าวมาก)
เบ๊ -- XXX ค่ะ (บอกรหัสไป)
เบ๊เลยทักไป
เบ๊ -- เปลี่ยนพนักงานแล้วเหรอคะ เปลี่ยนบ่อยจัง
พนักงาน -- แล้วเราล่ะ มาบ่อยนักรึไง ไม่เคยเห็นหน้าสักหน่อยนี่(เสียงห้วน)
เบ๊ -- เอ ตอนน้องผู้ชายทำอยู่ ก็มาบ่อยนะคะ(แต่กรูมาเช่าฟรีว่ะ)
พนักงาน -- ผู้ชาย ผู้ชายคนไหนล่ะ ไม่บอกมาจะรู้เหรอว่าใคร?(เสียงกวนส้นตรีนมาก)
เบ๊ -- โจ้น่ะค่ะ น้องโจ้อ่ะค่ะ
พนักงาน -- ....(เมิน ไม่สนใจ)
เบ๊เซ็งค่ะ เลยหยิบแค่พันธุ์โชะมาเล่มเดียว ยื่นให้ไป
พนักงาน -- เล่มเดียว? (ทำเสียงสูง ดูถูกๆ )
เบ๊ -- ค่ะ
แล้วเบ๊ก็ออกจากร้านไป
ก็ไม่รู้นะคะ ว่าเป้นญาติเจ้าของร้านรึเปล่า ถึงได้มาไม่ชอบหน้าเบ๊ด้วย แต่เค้าพูดเองว่า "ไม่เคยเห็นหน้า" กเลยไม่มั่นใจเท่าไร ใจเนี่ยโมโหค่ะ เป็นเชี่ยไรคะ ถึงพูดจาภาษาส้นเท้าแบบนั้น มานั่งคิดสงสัยเพราะตัวเองแต่งตัว ชุดเบ๊ แหงเลย เสื้อย้วยๆ เกงเลเก่าๆ ผมเผ้ายุ่งๆ แถมเพิ่งปฏิบัติภารกิจเบ๊มาคือ มีถุงก๊อบแก๊บใส่หอมแดง หมูยอมา เตรียมจะทำกับข้าว
แบบเนี๊ยะอ่ะค่ะ (แหม ใจมันยากวาดในคอม แต่วาดไม่เป็นอ่ะค่ะ) คือมองไงก็ เบ๊ อ่ะค่ะ ดูยากจนด้วยนะ ก็จนจริงอ่ะ แต่อยู่บ้านจะให้ใส่เดรส แต่งหน้าเหมือนไป ปาร์ตี้ หรือไง(วะ) มาบ่นให้พี่สาวพี่ชายฟัง ก็ว่ามันประสาทรึไง ถึงต้อนรับลูกค้าหมาๆ แบบนั้น เลยตั้งใจไว้ว่า วันไปคืนหนังสือ แม่จะแต่งตัวให้ปริ้งงงง
วันต่อมาเบ๊จะไปเรียนเฉยๆ ค่ะ ความจริงปกติ ก็แต่งหน้าหน่อยพอหายโทรม เสื้อยืด กระโปรงหรือกางเกง ง่ายๆ จบ แต่วันนี้มันต้องเนี๊ยบเฟร้ย จัดแจงเตรียมเสื้อผ้าเลยค่ะ กะว่าไปเที่ยวห้างหรูกันได้เลย นั่งบรรจงแต่งหน้า เหมือนจะไปทำงานพริตตี้(เมื่อก่อนเคยทำ) เซตผม เตรียมเครื่องประดับให้เข้าชุด ออกมา ดูหน้าดูหลัง โป๊ะเชะ
คือมันไม่ได้หรูหราอะไรหรอกค่ะ แต่มันต่างกันราวฟ้ากับเหวจากสภาพเบ๊ปกติค่ะ กะว่า ลองมันถามว่า "จะไปไหน" จะตอกหน้าจั๋งๆ ว่า " รู้ไปแล้วจะหน้าตาดีขึ้นเหรอคะ" กะไปกวนตรีนเต็มที่ค่ะ
เริ่มปฏิบัติการณ์ค่ะ เดินแบบเชิด ๆเข้าไป เชื่อมั้ยคะ คุณพนักงานหน้าเหี่ยว จู่ๆ โผล่มาจากชั้นหนังสือยังผีแน่ะค่ะ โผล่พุ่งมาตรงหน้าเลยค่ะ แล้วมามองเบ๊แบบ up and down หัวจรดปลายเท้าอ่ะค่ะ ว่ากันง่ายๆ สายตาเหมือนจะสแกนอะไรสักอย่าง แล้วเบ๊ก็จะล้วงการ์ตูนออกจากกระเป๋า อีพนักงานนี่ก็มาทำส่องเข้าไปในกระเป๋าเบ๊ ซึ่งยังสะพายที่ไหล่ เบ๊เลยวางกระเป๋าบนเก้าอี้ แล้วควักออกมาให้เห็นเลย
พนักงาน -- รหัสอะไรเหรอคะ (เสียงหวานม๊ากกกกกกกกกกกกกก)
เบ๊ -- XXX (เชิดๆ ไม่มีหางเสียง)
พนักงาน -- XXX .......อ๋ออ (เมิงอ๋อแสดงว่าเมิงจำกรูได้ใช่มะ)
แล้วมันก็ไม่พูดอะไรค่ะ เบ๊ก็ทำเป็นดูหนังสือ แต่ไม่คิดจะยืมหรอกค่ะ ไม่มีไรให้ยืม ทำมองด้วยสายตาเชิดๆ แล้วเดินออกจากร้านไป เชื่อมั้ยคะ มันเดิมตามมาดูค่ะ ชะเง้อชะแง้ แล้วพอดีพี่สาวโทรมา บอกว่ามีตังค์ไปเชเกรดที่มหาลัยหรือเปล่า ตอนนั้น เบ๊ไม่ได้เอาตังคืไปนอกจากค่าเดินทางค่ะ จะพูดว่า ไม่มีตัง เดี๋ยวเสียค่ะ เลย พูดไปเหมือนกับทำงานอะไรสักอย่าง "วันนี้ยังไม่ได้ ไว้เชควันศุกรได้มั้ย" อุ้ยตาย ฟังแล้วไฮกว่า "ไม่มีตังเชควันนี้ว่ะ" เชื่ออีกมั้ยคะ ยัยนั่นความจริงเก็บหนังสือไปแล้ว ยังมาชะเง้อชะแง้มองเบ๊ผ่านกระจกค่ะ แล้วเบ๊ก็เดินออกไป เยื่องย่างกางร่ม อย่างผู้ชนะ โฮะๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
คนเรานะ คนเราตัดสินกันแค่ภายนอก พอแต่งดีขึ้นมา เสียงหวานปานนกการะเวก พอเป็นเบ๊ ดูถูกดูแคลนซะจะมาปล้นหนังสือเค้า ทั้งที่ตัวเองก้ไม่คิดจะส่องกระจกดูบ้างว่า ตัวเค้าก็แต่งตัวปอนๆ รองเท้าเก่าๆ ไม่ได้ดูสูงส่ง ก็แค่ร้านหนังสือ ไม่ใช่ร้านหรูอะไร ที่จะต้องใส่สูท ใส่เดรส เข้าไปใช้บริการ จะว่าไป เบ๊เคยอ่านเรื่องทำนองนี้จาหนังสือ แมรี่ แคลร์ ฉบับไหนจำไม่ได้ เป็นเรื่องลองใจ ให้คนแต่งตัวปอนๆ เหมือนผู้ใช้แรงงาน กับอีกครั้งใส่ชุดสวยๆ แต่งหน้าดีๆ ไป ใช้บริการร้านในห้างพารากอน ซึ่งแน่นอนค่ะ แต่งตัวปอนๆ ก็โดนดูถูกด้วยสายตา การบริการแย่ๆ โดนเพิกเฉย พอแต่งตัวดี อะไรๆ มันดีไปหมด แต่นั่นมันห้างพารากอน ที่เบ๊เจอ มันก็แค่ร้านเช่าหนังสือในซอยเล็กๆ เฮ้อ คนเรานะคนเรา ไม่รู้จะพูดอย่างไงกับคนแบบนีดี

มาสเตอร์แชมป์
) ดูร้าน
อ่านจบแล้วก็
น่าเกลียดมากๆอะฮะ
ไม่รู้ทำไม สโลแกน
"ลูกค้าคือพระเจ้า" สำหรับพนักงานมันถึงติดอยู่ในใจผมตลอดเวลา
อยากจะบ้าอ่ะ ดูที่การแต่งตัว
ซึ่งมันก็โอเค ถึงจิตใจจะต่อต้านซักแค่ไหน แต่การแสดงออกไม่มีใครสั่งสอนเค้ามาก่อนเลยเหรอฮะ
-w-'แย่จริงๆเลยนะเนี่ย
คุณจขบ.แก้แค้นได้สะใจดีฮะ 55+
ร้านแบบนี้ไม่น่าอยู่ได้นานเลยน้า=A='
#1 By takara™ on 2008-04-24 11:35