ไม่รู้จักกันดี อย่ามาพูดแบบนี้ดีกว่า
posted on 04 May 2008 17:20 by ambrosiaตอนแรกก็กะจะไม่เขียนเรื่องนี้แล้วเชียว แต่ว่ามันคาใจ มันต้องแฉ
เมื่อวานก็ไปแต่งหน้า+ช่างภาพให้กับ กลุ่มของ ซีจัง ที่คอสอลิซไนน์กัน เมื่อยมากค่ะ กับการแต่งหน้านานๆ ก็ ก็ปรากฎว่า มีน้องคนหนึ่ง เป็นสมาชิกจากบอร์ดที่เบ๊และกลุ่มซีเคยอยู่กัน ก็รู้จักน้องคนนี้พอสมควร เคยคุยเอมกันบ้าง แต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้ง ทั้งๆ ที่น้องบอกว่าตัวเองสวย เลิศ ดูดี อืม ในตอนนั้นก็ไม่คิดไร คิดว่า น้องเค้ามั่นใจในตัวเอง พูดขำๆ ร่าเริงๆ เพราะบางครั้งเบ๊เองก็จะพูดตลกๆ กับคนอื่นเหมือนกันว่า "ฉันสวย" ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้มีความสวยสักเท่าไรเลย
เราจะเรียกน้องคนนี้ว่า น้องโฮะโฮะ แล้วกันนะคะ เพราะรู้สึกน้องเค้าจะมีต่อมหัวเราะตามรูขุมขนค่ะ พูดอะไรก็โฮะ ๆ ๆ คือ เหมือนพูดคำ หัวเราะคำ อารมณ์ดีเกินไป หรือทานข้าวกับกัญชามารึก็ไม่ทราบหรอกนะคะ ใจน่ะ รำคาญมากๆ แต่คิดว่า เออ คนเคยร่วมบอร์ดเดียวกัน เคยคุยกัน แต่ถามว่าสนิทมั้ย โน เบ๊ไม่เคยสนิทกับน้องเค้าหรอกค่ะ แล้วก็ไม่ได้คุยกันมา 3-4 ปีได้แล้วด้วย
คือหลายคนอาจจะชอบนะคะ คนอารมณ์ดีพูดไปหัวเราะไป ทั้งที่มันไม่ได้ขำอะไร เบ๊อาจจะซีเรียสเกินไปก็ได้ค่ะ แต่แต่งหน้าคน เบ๊ก็ชอบที่จะมีสมาธินิดหนึ่ง คือในร้านที่เราไปนั่งแต่งหน้ามันก็ไม่ได้เงียบอะไร แต่มันก็ไม่ได้มากรอกหูเบ๊ระยะประชิดนี่คะ แต่นี่ คุณน้องเล่นนั่งอยู่ข้างหลัง บอกตรงๆ รำค๊าญ รำคาญ ถามว่าเบ๊บอกให้เค้าย้ายมั้ย เยส เบ๊บอกแล้วนะ ว่า "มุมนั้นว่าง ไปนั่งคุยตรงนั้นกันจะดีมั้ย" คือ เป็นมุมคนละด้านกับที่เบ๊นั่งแต่งหน้าอยู่นะค่ะ แต่น้อง(ในเกมส์)ที่มาตามคำชวน เค้าก็แหยเล่นๆ ล่ะว่า "นั่งใกล้ ๆเจ๊อ่ะดีแล้ว" หรืออะไรสักอย่า แต่คือไม่ได้เคืองหูเบ๊แต่ประการใด ประกอบกับ น้องเค้าก็คุยธรรมดา ไม่ได้พูดไปหัวเราะไปเหมือนคุณน้องโฮะโฮะ ดังนั้นเบ๊เลยเฉยๆ แต่น้องโฮะโฮะ สิคะ พูดอะไรสักอย่างประมาณ "ทดสอบความอดทนพี่อ่ะค่ะ" หรืออะไรสักอย่าง เป็นประโยคที่ว่า จะมาวัดสมาธิการทนพวกหล่อนเม้าท์กัน โดยที่เบ๊ต้องมาตั้งสมาธิแต่งหน้า แต่อันนี้ก็ชิวๆ ค่ะ ไม่ได้คิดอะไรสักเท่าไร
เบ๊บอกน้องชายที่มางานแล้วว่า เบ๊อาจจะไม่มีเวลาคุยนะ เพราะต้องแต่งหน้า ตัวน้องเค้าก็รู้ดี สังเกตว่า จะชวนๆ สาวๆ ในกลุ่มคุยตลอดเวลา ซึ่งเบ๊ก็ว่า ดีจัง คนอื่นที่รอจะได้ไม่เบื่อ แต่ยังรำคาญเสียงโฮะโฮะ อยู่นะคะ แล้วมีช่วงหนึ่งที่ ตามประสาเด็กๆ เค้าก็คุยกันเรื่องชั้นปีที่เรียน อ่ะ คนนั้นปี 3 คนนู้นปี 2 อุ้ย ปีเดียวกัน เบ๊อ่ะ ไม่อายหรอกค่ะ ที่จะบอกใครๆ ว่า เบ๊เรียนราม และกำลังจะขึ้นปีที่ 5 แล้วค่ะ (ยอมรับว่าโง่และแบ่งเวลาไม่เป็น แต่ต้องไปทำงานหาเงินเรียนในช่วงปีแรกๆ ค่ะ เพราะไม่ได้ขอเงินพ่อแม่เรียน คนอื่นอาจจะทำงานไปเรียนไป 4 ปีจบ แต่เบ๊ทำไม่ได้นี่สิคะ T^T แต่เบ๊ไม่อายค่ะ เพราะเบ๊มั่นใจว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับโลกภายนอก และการสมัครงาน แม้ว่างานพิเศษของเบ๊ จะเป็นงานพูดๆ ก็เถอะ แต่ถ้าจบแล้ว เบ๊ก็คิดว่าหางานทำได้แล้วกัน) ดังนั้น เบเลยแจมกลุ่มน้องไปว่า "ชั้นปี 5 แล้วล่ะ" คือจะทำนองอวดว่า คนนู้นปี 2-3 แต่ฉัน 5 แหละเออ น้องโฮะโฮะตอบก่อนใครว่า "อุ้ย เค้ายังให้พี่อยู่อีกเหรอคะ สถาบันเค้ายังไม่เอาพี่ออกอีกเหรอคะ" แล้วคุณน้องก็หัวเราะกลั้วตอนท้ายแบบที่เธอทำทุกคำพูดของเธอ อืม นิ่งค่ะ พูดไม่ออก ใจจะด่าตรงนั้นแล้วค่ะ แต่มาคิดว่า ลองด่าไปสิ งานกร่อยแน่ เพราะเบ๊ก็ด่าใครที ก็หยุดยากเหมือนกัน คิดซะว่า เด็กมันปากพรรค์นี้เอง ต่อให้สอนสั่งยังไง นั่นคือสิ่งที่ติดในนิสัยของเธอ มันยากค่ะ ด่าไปก็ไลฟ์บอยเฉยซะดีกว่า โง่เองไปประจานตัวเองว่าปี 5 เลยโดนดูถูกกลับมา
เบ๊ก็เลิกสนทนาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นั่งแต่งหน้าอย่างเดียวจนเสร็จ เบ๊ไปบอกรายละเอียดปลีกย่อยที่น้องชายเบ๊มาเผาให้ฟังหลังงานหรอกนะคะ มันไม่เกี่ยวกับเบ๊ เดี๋ยวจะว่าใส่ร้ายกัน แต่ช่วงที่กลุ่มซี จัดแจงวางของเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาโพสท่า ตากล้องมาขอถ่ายรูปเยอะแยะเลย ตัวเบ๊เองเลยหลบฉาก อยู่หลังๆ ช่างกล้องเค้าค่ะ น้องโฮะโฮะ ก็มาพูดกับเบ๊ว่า "คงภูมิใจสินะคะ กับผลงานที่ตัวเองปั้นขึ้นมา ภูมิใจสินะคะ" อะไรประมาณนี้แล้วคุณน้องก็หัวเราะกลั้วเหมือนที่เคยทำ ในใจคิด อีนี่ประสาทเหรอ สมองคิดอะไรอยู่ เลยตอบไปนิ่มๆ "จะต้องภูมิใจอะไร ในเมื่อน้องๆ เค้าเป็นคนคอสเป็นคนทำชุดกัน" อารมณ์เบ๊มันไม่ได้ภูมิใจนะคะ แต่ออกปลื้มๆ มากกว่าค่ะ ว่าแต่งหน้าออกมาค่อนข้างดี และมีคนมาถ่ายรูปกลุ่มของน้องๆ และซีเค้า ลองเบ๊แต่งหน้าให้แต่พวกซีไม่คอส จะมีคนมาถ่ายมั้ยคะ สิ่งที่เบ๊ทำคือองค์ประกอบเสริมเท่านั้น ดังนั้นเบ๊ไม่เข้าใจค่ะ ว่าน้องโฮะโฮะ มาพูดอะไรแบบนั้นกับเบ๊
ช่วงหลังน้องโฮะโฮะ เค้าก็ไล่ถ่ายคนอื่น หรือไปกับเพื่อน เบ๊ก็ไม่ทราบอะไรด้วยหรอกนะคะ ไม่มีอารมณ์ไปเสวนา แต่พอตอนจะกลับนี่สิคะ มีถุงเครื่องสำอางถุงหนึ่งที่กองสัมภาระของกลุ่มซี ก็ถามกันได้ความว่าเป็นของน้องโฮะโฮะเค้า ไอ้เราก็เง็งสิ มันมาได้ไงฟระ ของแค่นี้ทำไมไม่ถือไปเอง คอสรึก็เปล่า แล้วเจ้าตัวไปไหน ก็ไปกินข้าวกัน กลับมาถุงก็ยังอยู่ที่เดิม ก็ถ่ายรูปให้ซีอีกหน่อยก็ให้พวกซีเปลี่ยนชุดกลับบ้านกัน ไอ้เราก็หิ้วถุงของคุณน้องไปด้วย เกรงว่าจะหาย คุณน้องจะมาโวยวาย ของในถุง เบ๊ไม่ได้อยากได้หรอกค่ะ สกินแคร์ที่เบ๊ไม่ใช้ทั้งนั้น ดังนั้นเบ๊ไม่คิดเอา ยิ่งไม่ชอบหน้าอยู่แล้ว ยิ่งไม่อยากได้ ถือให้นี่ก็ดีเท่าไรละ คราวนี้จะกลับกันจริงๆ ละ ซีเลยโทรหาคุณน้อง ปรากฏว่า คุณน้องอยู่โบนันซ่า โอ้ แม่เจ้า คล้าวแปลงร่างเป็นทีฟาเถอะค่ะ ของของตัวเองไม่ถือ แล้วยังไม่เที่ยว อื้ม ทำได้ไงคะ เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกด้วยนะ พวกซีเลยตกลงว่าจะรอให้มารับ ตอนแรกเบ๊ก็รออยู่ด้วยแปปหนึ่ง ซีก็ว่าให้เบ๊กลับไปก่อนก็ได้ เบ๊ก็ว่า รอก่อนก็ได้ ก็รอๆ ไปสัก 5 นาที ได้ มาคิด ที่นั่งรออยู่ตรงนี้ไม่ใช่ท่ารถนี่หว่า แถมรถมันไม่จอดตรงนี้ด้วย เลยขอตัวกลับ เบ๊เลยเดินต๊อกแต๊กๆ ไปท่ารถ ประมาณ 5 นาทีขึ้นรถไป (โชคดีว่ามีมาพอดี) รถเคลื่อนตัวช้าค่ะ รถติด ราวๆ 10-15 นาทีได้ พอรถเคลื่อนตัวแล้วผ่านตรงจุดที่ซีรออยู่ เบ๊เลยมองไป เฮ้ย พวกซียังนั่งอยู่เลยอ่ะ อะไรกันเนี่ย แค่โบนันซ่า ข้ามสะพานลอยมาก็ถึง MBK แล้ว คุณน้องโฮะโฮะ คิดบ้างมั้ยคะ ว่าคนเค้าต้องกลับบ้าน สมบัติผู้ดีมีติดตัวมั้ยคะ ตัวเบ๊กว่าจะถึงบ้านก็ 19.15 น. ค่ะ ได้ข่าวจากกิ ซีนี่กว่าจะถึงบ้านก็ ทุ่มครึ่งกว่าๆ น้องจูลยิ่งแล้วใหญ่ 2 ทุ่มยังเดินไม่ถึงหอ รู้สึกผิดนะคะ ที่ไม่ได้รอกับซี แต่ว่า รถที่เบ๊ขึ้นมันก็รถติดๆ กันมา เบ๊ไม่รู้ว่า ถ้าพลาดคันนั้นแล้ว อีกคันจะมาเมื่อไร ยิ่งเป็นช่วงเย็นๆ แถมคนเดินทางกลับบ้านไม่ต้องพูดถึง
รู้สึกแย่มากๆ ค่ะ กับน้องคนนี้ เกิดน้องเค้ามีบลอคในนี้ จะต่อว่าเบ๊มาก็ได้นะคะ เบ๊มีพยานยื่นยันอยู่แล้ว ว่าตัวน้องพูดอะไร เบ๊พูดตรงๆ ไม่โกหก อาจจะจำทั้งประโยคไม่ได้ แต่จำได้ว่าพูดประมาณไหน น้ำเสียงอย่างไร ไม่อยากพาดพิงสถาบันนะคะ เพราะมันไม่เกี่ยว แต่ถ้าน้องคิดว่า น้องเรียนอยู่สถาบันชื่อดังแถวสยามที่ใครๆ ก็อยากมาเรียน แล้วจะมาดูถูกคนเรียนรามปี 5 อย่างเบ๊ น้องกลับไปรีสตาร์ท หรือ ฟอร์แมท สมองน้องใหม่ดีกว่านะคะ จะให้ดี เลิกเถอะค่ะ พูดไปหัวเราะไป ฟังแล้วเหมือนพวก แม่ๆ หรือตัวร้ายในละครมันพูดกัน มันไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเอาซะเลยค่ะ ไม่รู้จักกันดี ก็อย่ามาพูดแบบนี้ดีกว่านะคะ
ปล.น้องคะ ไซส์เล็กๆ สูงแค่ต้นแขนเบ๊อ่ะ เตะได้สบายๆ นะคะ อย่าให้เจอ!
ปล2. เบ๊ไม่ทราบนะคะว่าคุณ้องจงเกลียดจงชังอะไรเบ๊รึเปล่า จะว่าเบ๊ไม่เอาใจใส่คุณน้อง เอาแต่แต่งหน้า ไม่ค่อยคุยกับน้องเนี่ย คุณพี่ก็ต้องขอโทษนะคะ ทารองพื้น ตบแป้ง กันคิ้ว เขียนลายเนอร์ ปัดแก้ม ทาลิป มันใช้สมาธิทั้งนั้นค่ะ ไม่ใช่เทพแห่งการแต่งหน้า โอ้ว มือซ้ายปาดรองพื้น มือขวาเขียนคิ้ว ปากหันไปคุยกันน้องเป็นวรรคเป็นเวร พี่ทำไม่ได้ค่ะ แล้วถ้าน้องจะบอกว่า ประโยคที่น้องพูดเป็นการชวนคุย พี่คิดว่ามันกระแนะกระแหนมากกว่านะคะ
ปล3. ถ้าน้องคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ว่า น้องที่มากับพี่ สนใจตัวน้องเองอยู่ล่ะก็ คิดผิดค่ะ ฝากบอกนะคะ ว่าน้องมันเผาน้องซะเลเทะ แหม ก็ไม่ค่อยแมนนะคะ มาเผาผู้หญิงแบบนี้ แต่พอดี ทั้งอัธยาศัย ทั้งการพูดจา มันไม่น่าปลื้มค่ะ
ปล4. บังเอิญเจอเพื่อนเค้า เลยสาดแหลก เค้าก็แก้ตัวแทนเพื่อนเค้าล่ะนะ ว่าเพื่อนเค้า อารมณ์ดี แล้วก็ประโยคที่พูดมา แค่ ตลกร้าย จะจำไว้ ตลกร้าย
edit @ 4 May 2008 21:25:50 by General เบ๊

แต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวฟังแร้วอึ้งแทน(จะร่มไม่ไหวก็ไม่แปลกอยู่)
แล้วก็เรื่องบางเรื่องคิดก่อนพูดนี่ก็จะเวิร์คมากเรยนะเนี่ย = [] =;;;
#1 By ZeNRi on 2008-05-04 17:38