หน้าแหกไปแล้วทำไงได้

posted on 11 Jul 2008 17:33 by ambrosia

พรุ่งนี้ จะเป็นวันครบรอบ 1 ปี ที่หน้าแหกค่ะ (ยังจะจำอีกนะ ว่าครบรอบ) คือเบ๊ขับมอเตอร์ไซค์ซ้อนพี่สาวจะไปซื้อชุดดำมาไว้ให้สำหรับแม่เพื่อไว้ทุกข์ค่ะ (จะให้วนอยู่ 2-3 ตัวตลอด 100 วัน คงไม่ไหว) บอกก่อนว่าเบ๊ใส่ทั้งหมวกกันนอค รัดใต้คางอย่างดี หมวกกันนอคก็มีหน้ากากใสบังอีกทีต่างหาก  ส่วนพี่สาว ใส่ แต่ไม่รัดคาง(ล๊อคมันเสีย) ขับมอเตอร์ไซค์กันน้องแน้ง ความเร็วก็ 60 กม./ชม. ค่ะ ขาไปเนี่ย ไม่เท่าไรค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขากลับ กลับมือเปล่า ช่วงนั้นเสื้อดำไม่อินเทรนค่ะ หาให้แม่ใส่ได้ยากมากค่ะ(ของตัวเองยังยาก) คือไม่ได้เสื้อ แต่มีทุเรียน(ปอกเปลือกมาแล้ว) และซาลาเปาของเซเว่น กับน้ำลูกพรุน (สรุปไปซื้อเสื้อหรืออะไรกันแน่)

ก็ขับกันน้องแน้งๆ มาเรื่อยๆ เบ๊คิดว่าเบ๊ขับชิดริมมากไป ลืมสังเกตซาเล้งที่จอดข้างทางข้างหน้า เบ๊คิดว่ามอเตอร์ไซค์ต้องเกี่ยวโดนอะไรสักอย่างที่ยื่นออกมาจากซาเล้งค่ะ มันมีเสียงดัง"ปึก" แล้วรถเบ๊ก็ส่าย ซ้าย-ขวา แรงมากๆ เบ๊มั่นใจค่ะ ว่าปล่อยคันเร่งแล้ว แต่รถก็ส่่ายและวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วมากๆ (เบ๊ตกฟิสิกส์ คิดเรื่องแรงเหวี่ยงอะไรพวกนี้ไม่ออกค่ะตอนนั้น) คิดในใจตอนนั้นว่า "เอาวะ แม่มล้มเป็นล้ม ขาแข้งหักกันไปข้างเลย" เบ๊เลยตั้งใจหักแฮนด์รถไปทางซ้าย กะว่า ล้มซ้าย แขนซ้ายหักไปเลย(ประมาณว่า แขนซ้าย มือซ้าย ใช้เข้าห้องน้ำไม่ได้ ฝักชำระฉีดเอาก็ได้) ผลคือ ล้มสมความตั้งใจค่ะ แต่........เบ๊ไถลไปข้างหน้าเต็มรักเลยค่ะ คางกระแทกลงไปบนถนนลาดยางมะตอย แถมมีกรวดเล็กๆ อีกต่างหาก หน้าสดๆ นี่ล่ะค่ะ ครูดลงไปบนถนน

ความรู้สึกตอนนั้น.....หน้าแหกแล้วตรู แต่คิดว่าแค่แผลถลอก  ลุกขึ้นมา หาพี่สาวตัวเองก่อนค่ะ โอเค ไม่เป็นไรมาก มีแผลที่มือ กับถลอกที่หน้า นิดหนึ่ง ย้ำ นิดเดียว ส่วนอีเบ๊เหรอคะ เลือดอาบหน้าค่ะ พี่สาวเห็นตกใจมาก เพราะเลือดมันไหลโซมหน้าค่ะ คิดในใจ "หมวกกันนอคกรูอยู่ไส" มันกลิ้งอยู่ข้างๆ มอเตอร์ไซค์ค่ะ คิดแล้วคิดอีก "หลุดได้ไงวะ " แบบ หมวกกันนอค ปลดล๊อคเรียบร้อย ไม่ได้หลุดออกจากหัวเบ๊แบบสายคาดยังติดกันอยู่อ่ะ แต่มันหลุดแบบ สายโดนปลกออกจากกันแล้ว กระบังหน้าหมวกกันนอคก็ไม่แตก แต่หน้าคนใส่แหก แถมสภาพหมวก แบบว่า ไม่เป็นอะไรเลย แค่ถลอกนิดหน่อย เพราะร่วงลงพื้น

ตอนนั้นคิดอีกอย่าง "ตายห่า มอเตอร์ไซค์(แม่)กรู" หันไปดู แค่ตะกร้าพัง คือเบี้ยวได้ใจมากค่ะ บังโคลนแตกนิดหน่อย(จากที่แตกอยู่แล้วนิดหนึ่ง ไม่ได้เปลี่ยนตั้งแต่แม่ล้มสมัยก่อนนู้นนนน) นอกนั้น ไม่มีอะไรเสียหาย โชคดีตอนนั้นมีน้อง รด.ขับมอเตอร์ไซค์ตามหลังมา 2 คันค่ะ เลยขอความช่วยเหลือน้องเค้า ให้พาไป รพ.ที่อยู่ใกล้ๆ  อีเบ๊ยังไม่ลืมใจเย็นเก็บทุเรียน ซาลาเปาและน้ำลูกพรุึน ใส่ตะกร้าหน้ารถ  แถมถอดเสื้อตัวนอกกดซับเลือดบนหน้าตัวเองไว้ ขอซ้อนน้อง รด.เค้าไป กลัวเลือดเปื้อนน้องเค้า

  จำไม่ได้ว่าพอไปถึง รพ. ขอบคุณน้องเค้ารึเปล่า คงทำล่ะมั้ง แบบว่า เบลอๆ ค่ะ เพราะไม่ใช่แค่หน้า ขางี้ลาก เพราะมีแผลที่เท้าซ้ายอีก เลือดไหลพอสมควร ก็เดินขาลากเดินเข้าแผนก ER เองเลย หมอก็จัดการดูหน้ากันเลยค่ะ แหกไปเยอะค่ะ แถมถนนมันไม่แห้งเท่าไร มีสภาพดินโคลนเล็กน้อย ดังนั้นต้องเอาฟองน้ำล้างทรายออกจากหน้าเบ๊ออกก่อนค่ะ เจ็บมากกกกกกกก ฉีดยาสลบได้มั้ยคะหมอ หมอบอก อืม" ต้องเย็บหน้านะ คงประมาณ 5 เข็ม" ประเมินซะน้อย คิดว่าไม่เป็นไร หมอก็จัดการฉีดยาชาที่แผลค่ะ เจ็บมากกกกกกกก หลายเข็มอยู่ค่ะ เพราะมีที่เท้าอีก ให้หมอเชคดั้งด้วย กลัวหัก มีอยู่จิ๊ดเดียว หักไปเสียดายแย่ 

หมอบอกที่เท้าก็ต้องเย็บ แต่มาจัดการหน้าก่อน หมอมาดู เลือดกลบปากเลยค่ะตอนนั้น นึกว่าฟันหัก สรุปไม่หักค่ะ แต่กระพุ้งปากล่างครูดทรายไปหลายค่ะ ต้องจัดการทรายที่ฝังเนื้อกระพุ้งล่างออก เจ็บชิบหายยยยยย แต่หมอบอก ไม่เอาออกก็ไม่ได้ ล้างปากอย่างเดียวก็ไม่ออก เพราะหมอมีคีบหินออกให้ แล้วก็ต้องตัดชิ้นเนื้อบางส่วนออก เพราะลุ่ยไปแล้ว ริมฝีปากนอกก็มีแผลอีก แต่ไม่ต้องเย็บ

กลับมาที่หน้า เริ่มจากหน้าผาก หมอเริ่มเย็บค่ะ หมอว่า สงสัยจะไม่ใช่ 5 เข็มแล้วล่ะ ตรงนั้นก็ต้องเย็บ ตรงโน้นก็ต้องเย็บ เลยซัดที่หน้าผากไป 5 เข็ม ก่อน แถมยาชามันไม่ทั่วถึงด้วยดิ อื้อหือ เจ็บยากจะบรรยาย แล้วก็มาต่อตรงดั้ง เย็บไปอีก 2 เข็ม มาที่จมูก หมอบอกจมูกทะลุค่ะ ต้องเย็บ ก็จัดการกันไป นอก 2 เข็ม ในอีก 1 เข็ม(เย็บได้ไง สุดยอดจริงๆ ) มาเจอที่เหนือริมฝีปากอีก 1 อันนี้ไม่ได้โดนยาชาอ่ะ โอ้ย เจ็บโคตรๆ อีก 1 เข็ม  สิริรวมบนหน้า 11 เข็ม  เจ็บมากๆ ค่ะ

มาต่อที่เท้าอันนี้สบายๆ เพราะรู้สึกยาชามันทั่วถึง เย็บไปนี่ไม่รู้สึกอะไรเลย ธรรมดาม๊ากมาก หมอก็มาดูบนหน้า มีแผลถลอกทั้งที่คาง คางไม่เหลืองค่ะ แต่เขียวม่วงปั๊ดเลย เพราะกระแทกเต็มๆ ข้างตาขวาที่หนักค่ะ แผลถลอก ค่อนข้างลึก บนแก้มนิดหน่อย ข้อศอกซ้ายอีก สะโพกกระแทกอะไรไม่รู้เขียวปั๊ด ขาซ้ายบวมตุ่ย 

 

 กลับบ้านนี่มีแต่ผาก๊อซแปะอยู่บนหน้า เหลือพื้นที่ข้างซ้ายอยู่นิดหนึ่ง ปากอ้าได้ครึ่งเดียว แต่ก็กินเอาๆ ขนาดกินได้แต่ข้าวต้มกับโจ๊ก หมอสั่งห้ามล้างหน้า ไม่ได้ล้างหน้าอยู่ครึ่งเดือนใช้โทนเนอร์เช็ดๆ ตามจุดที่ไม่มีแผล ผมก็ต้องไปให้ร้านสระให้ อาบน้ำยังพอไหว ยกเท้าซ้ายไว้ค่ะ 555+ไม่ให้โดนน้ำ  

เย็บทิ้งไว้ 14 วัน ก็ไปตัดไหมออก เหลือแผลเป็นมากมายบนหน้า  มันทั้งลึกแล้วก็เป็นรอยดำๆ แดงๆ คือ แย่สุดๆ ตอนนั้น เครื่องสำอางค์กลบไม่ได้ค่ะ เพราะมันมีทั้งแผลบุ๋ม แผลนูน

สำหรับผู้หญิง การมีแผลเป็นแผลเป็นบนหน้า มันรู้สึกแย่กันไปเลยล่ะค่ะ ขนาดรอยสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ ยังมียามากมายมาลบเลือนมันทิ้ง แต่แผลเป็นเนี่ย ยาอะไรก็เอาไม่ค่อยจะอยู่ หายยาก เบ๊ไม่รู้ว่า ศัลยกรรมออกจะลดรอยแผลเป็นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเบ๊ไม่มีตังค์ไปทำค่ะ

เบ๊หมั่นขยันทายาเอาค่ะ ก็ฮิรูดอยแหละค่ะ แต่ฮิรูดอยหลอดขาวมันเหนอะหนะมาก ทำให้หน้ามัน สิวขึ้นอีก ขึ้นตรงไหนไม่ขึ้น มันขึ้นที่แผลเป็นซึ้งเนื้อยังอ่อนๆ บีบไม่ได้ เจ็บ พี่สาวเลยไปถามเภสัชในเมือง เค้าเลยแนะนำ ฮิรูดอยสการ์ เป็นของฮิรูดอยเหมือนกัน แต่เป็นเจลใส ไม่เหนอะแหนะ ทาแล้วพวกรอยเย็บนูนๆ นี่หายค่ะ แต่ต้องขยันทานะ นอกนั้นก็สารพัดยา ยาเภสัชบ้าง แล้วก็สมูธอีโกล เห็นผลกันสุดๆ เพราะพี่สาวก็เป็นแผลเป็นบนหน้านิดหนึ่ง แผลถลอกบางๆ หายไปแล้วค่ะ เหลือแต่เบ๊ แน่ล่ะ แผลมันลึกอ่ะ เลยต้องพึ่งพาการแต่งหน้าค่ะ

แรกๆ เนี่ย เบ๊ไม่มีรองพื้น หรือ คอนซีลเลอร์นะ แต่เพราะเป็นแผลเลยต้องซื้อมาใช้ ช่วงแรก ๆจะแต่งหน้าหนามากๆ เพราะพยายามจะกลบให้มากที่สุด เพราะแผลมันมีสีชัดอยู่เลย แต่ช่วงหลังนี่ก็แต่งบางๆ ไม่สนใจอะไรมากแล้ว เพราะแผลเป็นมันพอๆ กับสีผิว แล้วก็บางคนที่เป็นสิวอีกเสบ กระเนื้อ ยังดูน่ากลัวกว่าแผลเป็นเบ๊อีก แต่กระนั้นเบ๊ก็เลือกแต่งหน้าพอกลบแผลเป็นให้ได้สักนิดก็ยังดีค่ะ

 

อันนี้แต่งค่อนข้างหนาพอสมควรเลยล่ะค่ะ แต่กลบตรงดั้งจมูกไม่มิดอยู่ดี เพราะมันเป็นแผลบุ๋มค่ะ สังเกตว่าจมูกไม่เท่ากัน เพราะเนื้อปีกจมูกมันหลุดไปค่ะ แต่อันนี้เอียงหน้านิดหนึ่ง เลยเห็นไม่เท่ากันแบบมากๆ (มันไม่ได้เบี้ยวขนาดนั้น)เอาหน้าส่องกะแสงไฟแล้วถ่ายเลย ให้ดูว่าจะเห็นแผลชัดแค่ไหนใต้แสงไฟสว่างๆ (เบ๊ถ่ายรูปแสงธรรมชาติไว้ แต่วันนี้อากาศมันอึมครึม  มันจะมืดๆ )

อันนี้เป็นแสงธรรมชาติ แบบว่าหัวหลิมเลยใส่หมวกแก้ขัด เพราะไม่ได้เซตผม(ข้อเสียของผมสั้น ไม่เซต ไม่สวย -*-) มองมุมนี้ก็ไม่เห็นแผลที่คาง แล้วก็ที่ปาก

ลดๆ เครื่องสำอาง จะได้ลุคใสๆ เหมาะกับทุกวันค่ะ แสงธรรมชาติค่ะ

 ** ภาพทุกภาพไม่มีการปรับแต่้งใดๆ นอกจากลดขนาดภาพ กับเขียน text ในภาพค่ะ

 

ถ้าเลือกได้ ก็ไม่อยากมีแผลเป็นหรอกค่ะ แต่เมื่อไม่มีทางเลือกที่จะต้องมีแผล ก็ต้องหาทางแก้ หาทางกลบเกลื่อนเอา เครื่องสำอางแม้หลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก หรือสิ้นเปลือง และเสียเวลาในการบรรจงแต่งหน้า แต่เพื่อความสบายใจบนใบหน้าของตัวเอง และเสริมสร้างบุคลิคภาพให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น การมีเครื่องสำอางและหมั่นฝึกฝนแต่งให้เข้ากับทุกสถานการณ์ก็เป็นทางแก้ที่ดีสำหรับคนมีแผลเป็นบนหน้านะคะ  (เพราะเบ๊อ้วน ไม่ค่อยจะสวยด้วย แต่งๆ มันก็ดูดีขึ้นอ่ะ )

เมื่อรู้ว่าต้องมีแผลเป็นควรหมั่นทายาเพิ่มความชุ่มชิ้นบนใบหน้าตลอดเวลา แม้ว่าจะต้องเสียเวลาไปบ้าง อาจจะดูน่ารำคาญ แต่นอกเหนือจากแผลเป็นจางลง ยุบลง ผิวหน้าที่ถูกครีมต่างๆ พวกนี้ก็ดีขึ้นด้วยนะคะ พอผิวดี แผลเป็นจาง ก็สามารถแต่งหน้าบางๆ ไม่ต้องโบกเป็นงิ้วแล้วค่ะ

 

แถมท้าย-- เบ๊ถามพี่สาวว่า เบ๊ขับรถไปเกี่ยวอะไรกับรถซาเล้งข้างทางรึเปล่า พี่สาวบอกว่า ไม่โดนเลยสักนิดเดียว เพราะถ้าโดนมันต้องโดนเท้าพี่สาวแล้ว แต่นี่จู่ๆ รถก็ส่ายเอง พี่สาวพยายามเอาเท้าลงไปลดความเร็วแต่ช่วยไม่ได้เลย แถมรองเท้าขาดอีก(รองเท้าแนทเชอไรเซอร์ คู่ตั้ง พันก่าอ่ะ แต่คงซ่อมได้ แต่ยังไม่ได้ซ่อม) แม่ยังบอกอีกว่า ถ้ารถไปเกี่ยวกับรถซาเล้งข้างทาง ไม่โดนเท้าพี่สาวมันก็ต้องโดนเท้าเบ๊ ไม่ก็โดนเกียร์รถค่ะ แต่นี่รถไม่มีสภาพว่าเกี่ยวโดนอะำไรเลย มีแค่ตะกร้าหน้ารถพัง นอกนั้นไม่มีอะไร ยิ่งคุณหมวกกันนอค ฮึ่ม ไม่เป็นอะไรเลย แม่บอกว่า ที่ไม่เป็นอะไรมาก เพราะพ่อมาช่วยไว้ สงสัยพ่อคว้าได้แต่พี่สาวอ่ะค่ะ หน้าเบ๊เลยปักถนนเต็มๆ แต่พี่สาวเบ๊ก็มีแผลที่มือซ้ายเหมือนกัน เนื้อหลุดไปนิดหนึ่ง ยังเป็นแผลเป็นชัดเจนอยู่ เพราะมันไม่ทายา - - ที่มือ ทาแต่หน้า

 

เติมตรีน เอ้ย เพิ่มเติม 

นี่มือของพี่สาวค่ะ ทายามั่ง ไม่ทามั่ง มันเลยไม่หายสนิท  เป็นนูนๆ ตอนแรก พวกนักเรียนพี่สาวกลัวกันใหญ่ "เซนเซย์ หน้าไปโดนอะไรมา"(ตอนนั้นหน้ามีแผลถลอก แปะพลาสเตอร์ไป) พอมามองมือยิ่งตกใจกันใหญ่โต เพราะมันแดงคล้ำๆ " เซนเซย์!!! เกิดอาไรขึ้นนนนนน"

ส่วนอันนี้แผลเย็บที่เท้าเบ๊เองค่ะ 4เข็มเหนาะๆ  แผลตอนแรกมันฉีกกว่านี้นะ หมอเย็บเนื้อติดประสานกัน เหลือแต่แผลเย็บเนี่ยล่ะ นี่ก็ทายามั่ง ไม่ทามั่ง ส่วนมากไม่ได้ทา ลืม+ขี้เกียจ มันเลยเหลือชัดที่สุด จะนูนๆ มีสีแผลเป็น ส่วนไอ้เส้นคล้ำๆ ข้างๆ ไม่ต้องแปลกใจไป มันเส้นเลือดที่เท้าเบ๊เองค่ะ เส้นใหญ่เนอะ 

ถ้าไม่ทายาที่หน้าสม่ำเสมอ หน้าก็คงเหมือนเท้านี่ล่ะค่ะ  ก็หน้าแหกไปแล้วนิ ทำไงได้

 

 

 

 

 

edit @ 12 Jul 2008 11:43:29 by General เบ๊

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านอาการแล้วน่ากลัว...แต่ดูแล้วแผลไม่้หลือแล้ว

#1 By wesong on 2008-07-11 20:05

เอ่อ พ่อแม่ผมไม่เคยอนุญาตให้ขี่แมงกะไซค์เลยอ่ะครับ
แต่ผมคิดว่ามันสะดวกดี เวลาไปไหนมาไหนใกล้ ๆ

ปล. ยังโชคดีนะครับที่แผลเป็นไม่รุนแรงนัก (จากที่เห็นภาพน่ะนะ)

#2 By pisces on 2008-07-12 01:24

ขนาดหน้าแหกไปแล้ว ยังกลับมาสวยได้ 555+

#3 By Ongsama on 2008-07-12 14:29

เป็นคนเปิดเผยมากเลย

เพราะแทบไม่ต้อง จินตนาการ

เพราะมีภาพให้ดูเรียบร้อย big smile

#4 By tiew@fine on 2008-07-12 18:20

จากรูปปัจจุบัน ดูไม่ออกเลยคับ ว่าเคยมอเตอร์ไซค์คว่ำมาก่อน big smile

#5 By Googigg on 2008-07-13 12:29



อ๊ากกก~~~
เจ็บปวดอ่า....
บรรยายซะก้อยกลัวมากมาย = ="

ดีนะคะที่คุณเบ๊ขยันทายา
ตอนนี้แทบไม่เหลือรอยแผลเลย
^^

#6 By Sana_by_lllmukoilll on 2008-07-13 19:04

อื้อ หือ...

คุณเบ๊ผ่านประสบการณ์มาโชกโชนเลยนะคะเนี่ยsad smile

ปัจจุบันดูสวยนะคะ ดูไม่ออกว่าเคยหน้าแหก

อ่านตามแล้วเสียวแทนเลย บรื๋ออ

#7 By ชาเขียวaddict on 2008-07-15 20:42

นึกภาพตามแล้วเสียวที่หน้าแทนเลยค่ะน้องเบ๊...

แต่ปัจจุบันก็สวยเช้ง แทบมองไม่เห็นรอยแผลเป็นเลยนะคะ big smile

เพราะฉะนั้น...ผู้หญิงอย่าหยุดสวยค่ะ confused smile
อ่านแล้ว กังวลเหมือนกัน
แต่ดูรูปแล้ว
ก็น่ารักดีนะคะ
ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ big smile

#9 By MomMom on 2008-07-18 21:42

แผลหายเกือบหมดแล้วนะคะ ดีจังที่ไม่เป็นอะไรมาก

#10 By eeddy(อี๊ด) on 2008-07-19 20:46

ภาพแผลคุณ GB ผมดูแล้วหวาดเสียวชะมัด
นึกถึงตอนผ่าตัดขาตอนตัวเองขาหัก