ตอนเด็ก ๆเบ๊ชอบเล่นกองไฟค่ะ  ชอบเอาก้อนหินมากอง แล้วก่อนกองไฟ เอาฝากระป๋องกาวยางมาตั้ง ทำเป็นเหมือนกระทะ ผัดต้นหญ้าเล่น เสียงซู่ซ่า ซึ่งพ่อกับแม่จะบอกว่า ไม่ให้ทำ เดี๋ยวไฟไหม้ ด้วยใจเป็นเด็กตอนนั้น คิดว่า ไฟกองเล็ก ๆ มันไม่ลามอะไรหรอกน่า  มานึกได้ตอนนี้  ถ้าตอนนั้นพลาดทำไฟไหม้ คงไม่มีชีวิตอยู่มาถึงตอนนี้

 

เบ๊มีประสบการณ์เจอกับเหตุไฟไหม้มาครั้ง สองครั้งค่ะ คือไม่ได้โดนที่ ๆ ตัวเองอยู่ แต่เกิดกับข้าง ๆตึกที่ตัวเองอยู่

ตอนที่เบ๊ยังอยู่ห้องรูหนู อาคารที่เช่าห้องอยู่เป็นอาคารพาณิชย์ติดกับเป็นแถบ นึกกันออกเนอะ

ตอนนั้นเป็นตอนเช้า(รึเปล่า)  คงเช้าแบบสาย ๆแล้วล่ะค่ะ (ขี้เซากันหมด 3 พี่น้อง) จู่ ๆก็ได้กลิ่นแปลก ๆ แล้วก็เสียงคนพูดว่า "ไฟไหม้" ตื่นกันหมดค่ะ

ก็เห็นควันปลิวมาทางหน้าต่าง เลยชะเง้อมอง ก็เห็น เปลวเพลิงพุ่งออกมาจากหน้าต่างของคูหา"ข้าง ๆ" โอ้ ชัดเจนมาก ควันดำปี๋เลยค่ะ ในใจตอนนั้น คิดในใจ กูจะย้ายอะไรออกดี ถังแก๊สก่อนล่ะ คอม เสื้อผ้า แต่ยังไม่ได้ย้าย เพราะว่าเค้าไหม้แค่จุดเล็ก ๆ ห้องเดียว เป็นห้องที่อยู่สูงกว่าห้องเบ๊ไปค่ะ คนก็ออกมาดู มาช่วยขนถังแก๊สของบ้านหลังนั้น แล้วอีกนานม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รถดับเพลิงถึงมากับถังที่ไม่มีน้ำ - -

กว่าจะหาน้ำมาฉีดได้ ฉีดไปแปป ๆ ดับละ อาจจะไม่น่าตื่นเต้นไหม้สามบ้านแปดบ้าน แต่ว่าถ้าปล่อยไว้ก็อาจจะได้กองเพลิงกองโต ออกข่าวหน้าหนึ่งแน่ ๆ ไม่ปลื้มพวกรถดับเพลิงนี่ล่ะ มาโคตรช้าาา+ไม่มีน้ำ

 

ไม่ใช่ครั้งเดียวกับเรื่องไฟ ๆ ยังเจอกับครั้งที่สอง

ตอนนั้นเบ๊ทำงานร้านหนังสือเช่า ใกล้ ๆร้านเช่าเป็นร้านอาหารโต้รุ่ง ขายแพงนะ แต่ใคร ๆก็กิน

วันหนึ่งตอนตกบ่าย ร้านเค้ากำลังเตรียมของจะขายตอนเย็น

ก็ได้ยินเสียง ผู้หญิงกรีดร้องพร้อมอุ้มลูกแล้วตะโกนว่า "ช่วยด้วย แม่ แม่ แม่ แม่" วิ่งออกมากลางถนนในซอย

เบ๊เลยออกไปดู ตามประสา

ปรากฎว่า หน้าร้านมีแต่เปลวเพลิง ลุกสูงมาก เพราะมันวิ่งตามท่อระบายควัน (ร้านอาหารมักจะมีพัดลมดูดอากาศเหนือเตาแก๊ส แล้วก็ต่อท่อสูง ๆ นึกออกกันมั้ยเอ่ย"

ผู้หญิงคนนั้นก็ร้องไห้ กรีดร้อง เพราะแม่ของเธออยู่บนชั้น 4 ซึ่งไฟจะลามถึงเมื่อไรก็ได้ แต่มันเข้าไปช่วยไม่ได้ เพราะประตูหน้าร้าน ไฟล้อมหมดเลย

ในตอนนั้นเบ๊คิดว่า ถ้ามันไม่ไหว เบ๊จะเข้าห้องน้ำที่ร้าน แล้วหิ้วถังน้ำออกมาช่วยแล้ว ดูบ้านตรงข้ามก็คิด ๆเหมือนกับเบ๊ วิ่งหิ้วถังน้ำเข้าบ้าน แต่ในใจกลัวแก๊สระเบิดมาก ๆ เพราะเค้าเป็นร้านอาหาร ถังแก๊สเค้าอยู่ตรงหน้าร้านที่ไฟไหม้นั่นแหละค่ะ

โชคดี มีคนมีสติ  เอาถังดับเพลิงมาเป่า ไฟดับหมดอย่างรวดเร็ว  เพราะไฟยังไม่ลามสูงมาก ควบคุมทัน

ซึ่งกรณีนี้ เกิดจาก พัดลมดูดอากาศของที่ร้านไม่ได้ทำความสะอาด คราบน้ำมันเกาะหนา พอจุดไฟมันเลยติด แล้วไหม้ส่วนท่อส่งควันที่เป็นเหมือนฟรอยย่น ๆ  หลังจากไฟไหม้ร้านปิดทำการซ่อมแซมหน้าร้าน และเปลี่ยนท่อส่งควัน เป็นอลูมีเนียม

 เรื่องนี้ มีให้เล่าต่อ

พอเจ้าของร้านหนังสือ กลับมาตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆเบ๊เลยบอกเค้าว่า วันนี้ที่ร้านเค้าเกิดไฟไหม้แน่ะพี่ น่ากลัวนะนี่

พี่เจ้าของร้าน แลไปทางร้านอาหารโต้รุ่งด้วยหางตา แล้วพูดว่า "ไหม้นิดเดียว ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต"

ตอนนั้น พูดต่อไม่ออกเลย คือไม่คิดว่าเค้าจะพูดคำนี้ออกมา ร้านนั้นก็อยู่คูหาถัดจากตึกร้านหนังสือของเจ้าของร้านเองนั่นแหละ ลองมันระเบิดบึ้ม หรือแค่ไฟลามนิดเดียว เบ๊ก็วิ่งหนี ทิ้งหนังสือพี่เค้าให้ไหม้หมดแบบไม่คิดอะไรอยู่แล้ว

ก็เลยไม่พูดอะไรกับพี่เค้า แต่เอาไปเม้าท์กับแม่ลูกค้าเรื่องคำพูดที่พี่เค้าพูดแทน โฮะ ๆ นึกออกนะคะ ว่าคุณแม่คนนั้นจะทำหน้าแบบไหน

 

ตอนนี้อยู่บ้านเช่า บ้านยายตรงข้ามก็เกือบจะก่ออัคคีภัยเหมือนกัน แต่โชคดีมีลุง ๆเข้าไปตะโกนปลุกให้ตื่น เนื่องจากยายแก หลับ ขณะต้มน้ำเชื่อม  เบ๊ก็ขี้เซาตามเคย แต่ตื่นเพราะเสียงกอสซิปเกิร์ลรุ่นป้า ๆแถวนั้น กับกลิ่นหวานไหม้ ๆ เลยออกมาดู  ก็เห็นควันขโมงออกมาจากบ้านยายเค้า เล่นเอาสายไฟไหม้ กระเป๋าบางใบไหม้ ที่แน่ ๆหม้อไหม้

บางครั้งคนแก่กับเตาแก๊สก็เป็นอะไรที่ไว้วางใจกันไม่ได้

 

หน้าหนาวอากาศแห้ง ๆแบบนี้ เกิดเหตุเพลิงไหม้ใหญ่โตแบบนี้ ก็ชักจะหวาดระแวง นั่งเฝ้าแก๊สเวลาทำกับข้าว ไม่ไปทำนู่นทำนี่เหมือนอย่างเคย  แต่ถ้ามันซวยจริง ๆเราเองก็อาจจะไม่ได้เป็นคนที่ทำต้นเพลิง เราระวัง แต่ก็ไม่รู้คนอื่นจะระวังกันแค่ไหน มีอย่างเดียวที่ต้องทำคือสติ แต่เบ๊ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะครองสติได้มั้ย เพราะกะเปิ๊บกะป๊าบอยู่

 

อย่ามัวแต่คิดว่า ไฟไม่ได้ไหม้บ้านเรา แล้วอย่าวางใจ เราไม่ก่อ คนอื่นเค้าก่อให้ได้ ระมัดระวังให้มาก อากาศแห้ง ลมแรง ถัง แก๊ส สายแก๊ส หัวแก๊สอย่าเปิดทิ้งไว้ เชคปลั๊กไฟ ขั้วต่อให้ดี ดึงปลั๊กเมื่อไม่ใช้

และที่สำคัญ อย่าคิดว่า ไฟไหม้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แบบอดีตเจ้าของร้านหนังสือเช่าของเบ๊นะคะ 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

sad smile ไฟไหม้นี่ถึงไหม้นิดไหม้หน่อยก้เรื่องใหญ่จริงๆค่ะ

จากประสบการณ์ ไม่เคยเจอตรงๆแต่ก็แอบกลัวเหมือนกันค่ะ แต่มีกรณีคล้ายๆกับจำเอนทรี่ย์ที่เค้าเขียนเรื่องพื้นปูนแตกได้มะ นึกว่าบ้านถล่มรู้สึกตัวอีกทีมีสมุดบัญชีในมือแล้ว กร๊ากกก<<<ห่วงเงินมากกว่าชีวิต
แปลกแต่จริงของดับเพลิงไทยที่อยากให้เจ๊คนนั้นได้ลองเจอดู ถ้าเกิดกับบ้านตัวเองมันเป็นเรื่องใหญ่มากๆเลยล่ะ(จะลองขนถังแก๊สบ้างก็ดีนะ เอาออกจากบ้านได้แต่เอากลับไม่ได้ ยกไม่ไหว<<ประสบการณ์ตรง 55)

-รถไม่มีน้ำ
แต่ถ้าแถวบ้านมีแหล่งน้ำก็โชคดีไป ซอยหอเราเคยไฟไหม้ใหญ่เค้าก็สูบน้ำคลองบางลำพูมาใช้

-คนละเขต ได้ข่าวว่าดับเพลิงอยู่เลยปากซอยไปนิดเดียว ต้องให้ดับเพลิงอีกซีกโลก...ซึ่งไม่มีน้ำ ไปเติมน้ำแล้ววิ่งมาดับ บ้านชั้นไม่ไหม้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

-มีแหล่งน้ำใหญ่และรถดับเพลิงรายรอบหลายจุด แต่รถไม่มีน้ำและเอ่อ...ไม่มีน้ำมัน
ชุมชนตรงข้ามดับเพลิง ข้ามถนน 10 ก้าว เดินเลยรถดับเพลิงไปอีก 10 ก้าวเจอหนองน้ำใหญ่(เพราะมันเป็นสวนสาธารณะ)แต่ทำไรไม่ได้เนื่องจากรถเป็น 10ๆ คันไม่มีน้ำและสูบน้ำมาดับไม่ได้เนื่องจากไม่มีน้ำมัน ต้องให้ดับเพลิงจากอีกซีกโลกวิ่งมา ผลคือจะทันได้ไงวอดวายหมดทั้งชุมชน (เค้าว่ากันว่าเผาไล่ที่ซึ่งดูแล้วก็น่าจะจริงอยู่)

#5 By + Cygnu$ + on 2009-11-30 00:32

น่ากลัวจริงๆด้วยครับ...-*-
โดยเฉพาะไอ้เจ้าของร้านหนังสือนี่ล่ะ...น่าลองนะ น่าลอง!



ผมเคยโดนอยู่รอบนึง...
เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อสักสัปดาห์ก่อนที่จะเกิดเหตุ...ผมเดินผ่านร้าน(เค้าเรียกว่าอะไรนะ..ไอ้ที่เอามือจุ่มลงไปแล้วมีขี้ผึ้งสีๆ แล้วจะเป็นรูปมือออกมาให้เราเอากลับบ้านอ่าาาา) ไรมะรุ-*- เลยขอแม่ซื้อ(ตามประสาเด็กๆ) แม่ก็ไม่ให้ซื้อ(ตามประสาผู้ใหญ่ๆ-*-) กลับบ้านมาเหลือบเห็นเทียนไหว้พระก็นึกขึ้นได้ "ใช่เลย!!" ตอนนั้นพ่อแม่ไม่อยู่สักคน อุอุquestion หวานหมู.... เราเลยจัดการซะ! โดยการเอากระทะมาใส่เทียนสัก10-20เล่ม - หลอมมันซะ! ตอนแรกๆ เอามือจุ่มน้ำเย็มแล้วค่อยๆเอามือลงไป (กลัวอ่าา>.<) ปรากฎว่า... ยังไม่ได้รูป คือมันเป็นอะไรไม่รู้เยิ้มๆจนดูไม่ออกว่าเป็นมืออะ (เพราะจุ่มขี้ผึ้งเยอะเกินไปมันก็เลยเยิ้ม-*- ก็เลยหลอมใหม่... ทีนี้ล่ะ!!! ทันใดนั้นขี้ผึ้งที่เดือดๆอยู่ในกระทะก็ไหม้โผลงขึ้นมา!!!
กองไฟใหญ่มากกกกลามไปจนถึงเพดาน(ที่เป็นไม่ซะด้วย หลาย 10 ปีแล้วด้วย!!!!) ไอ้เราก็ทำอะไรไม่ถูก ไอ้หย่า! ซวยเลี้ยว!! ทันใดนั้นเอง (นึกถึงเมื่อคืน...)
"โอ้ mega clever!!!" เราก็จัดการเอาพรมนี่ล่ะ พรมฝุ่นเขรอะๆเนี่ยล่ะ!!! เอามาชุบน้ำ...แล้วโยนลงไปเลย ดับแฮะ!! แต่เรื่องมันยังไม่จบแน่ๆ เมื่อพ่อแม่กลับบ้าน... ตายแหน่!!!*0* เลยต้องมานั่งขัดกระทะและนั่งซักกันยกใหญ่เลยทีเดียว....sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile
จิ้มดาวให้คุณเบ๊ค่ะ...
ไม่ใช่เรื่องเล็ก แล้วก็วางใจไม่ได้ด้วยเนอะ

Hot! Hot! Hot!

#3 By hikaru on 2009-11-29 16:24

แค่คิดก็น่ากลัว...

#2 By wesong on 2009-11-28 23:48

-*- ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องตลกแบบที่อีเจ้าของร้านหนังสือที่เบ๊ไปทำงานหรอก


เรื่องฟืนเรื่องไฟน่ะ..โบราณเค้าเตือนไว้ว่าอย่าไ้ว้ใจ

#1 By tara on 2009-11-28 23:45